เวลาเห็นข่าวคนโดนสแกม เรามักพยักหน้าเบา ๆ แล้วคิดในใจว่า “โห แบบนี้ก็โดนเหรอ” พร้อมความมั่นใจลึก ๆ ว่า ถ้าเป็นเรา คงไม่พลาดง่ายขนาดนั้น แต่คำถามคือ… แน่ใจเหรอ?
ในความเป็นจริง คนที่ตกเป็นเหยื่อจำนวนมากก็เคยคิดแบบเดียวกัน พวกเขาไม่ได้มองตัวเองว่าเป็นคนสะเพร่า ไม่ได้รู้สึกว่าไร้เดียงสา สิ่งที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มาจากแรงกดดัน ความเร่ง ความกลัว ความหวัง หรือความเหนื่อยล้า ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้สมองทำงานในแบบที่ “คาดการณ์ได้” ทางจิตวิทยา

ในทางจิตวิทยา แนวคิดที่ช่วยอธิบายเรื่องนี้คือทฤษฎี หนึ่งสมอง สองระบบ (Dual-Process Theory)1 ซึ่งอธิบายว่าสมองเรามีสองโหมดด้วยกัน ได้แก่
- โหมดคิดเร็ว อัตโนมัติ ใช้อารมณ์และสัญชาตญาณ
- โหมดคิดช้า ไตร่ตรอง ตรวจสอบ และชั่งน้ำหนักความเสี่ยง
ปกติเราสลับใช้มันไปมาอย่างเนียน ๆ แต่พอมีความกลัว ความรีบ ความตื่นเต้น หรือความเหนื่อย โหมดคิดเร็วจะขึ้นมานำเกมทันที ส่วนโหมดคิดช้าจะค่อย ๆ หลบมุม และกลโกงสมัยใหม่ก็ถูกออกแบบมาเพื่อสิ่งนี้พอดี
และจากการศึกษารูปแบบการคิดและพฤติกรรมที่เจอบ่อยๆ ในการสแกมออนไลน์ เราพบว่าสแกมเมอร์จะเล่นกับความเปราะบางทางอารมณ์ของคน 6 ประเภท2 (แต่ไม่ได้หมายความว่าคนเรามีแค่แบบใดแบบหนึ่งตายตัว) การแบ่งเหล่านี้เป็นแค่การแบ่งง่ายๆ ที่จะช่วยชี้ให้เห็นว่าแต่ละคนมี “ปุ่มทางอารมณ์” ที่ถูก “กดแล้วติด” ได้ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน
- เปี่ยมความมั่นใจ
คุณอาจเป็นคนเก่ง มีประสบการณ์ ผ่านเรื่องยาก ๆ มาเยอะ และเคยจับผิดคนอื่นได้แม่นยำ ความมั่นใจนี้ดีมาก… จนมันเริ่มกระซิบว่า “ฉันไม่น่าพลาด” สแกมเมอร์จะไม่ทำอะไรโป๊ะแตกใส่คุณ แต่จะทำให้ทุกอย่างดูแนบเนียนพอที่คุณปักใจเชื่อ แล้วความฉลาดของคุณจะเริ่มทำงานผิดหน้าที่ คือหาหลักฐานมาสนับสนุนว่าการตัดสินใจนั้นถูกต้อง แทนที่จะหาหลักฐานมาหักล้าง และเมื่อเชื่อว่าเอาอยู่ ก็ไม่จำเป็นต้องปรึกษาใครอีก - ปล่อยอารมณ์ให้พุ่ง
กลโกงจำนวนมากไม่ได้เปิดตัวด้วยเหตุผล แต่มาด้วยความรู้สึกแรง ๆ เช่น กลัวว่าจะโดนระงับบัญชี ต้องรีบเพราะโอกาสใกล้หมด กดดันเพราะมีปัญหาเร่งด่วน อารมณ์ที่พุ่งขึ้นเหมือนเหยียบคันเร่งมิด แต่เบรก (สมองส่วนคิดวิเคราะห์) ถูกเบียดจนทำงานไม่เต็มที่ เป้าหมายตอนนั้นเลยไม่ใช่ความถูกต้อง แต่คือทำยังไงให้ความรู้สึกอึดอัดที่คุณเผชิญจบเร็วที่สุด - ว้าวุ่นในสัมพันธ์
เราทุกคนอยากเป็นคนสำคัญของใครสักคน (และไม่จำเป็นต้องเป็นรูปแบบคนรักเสมอไป) ไม่ว่าจะในรูปแบบ คำชม ความใส่ใจ ความสม่ำเสมอ สิ่งเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นอย่างมีจังหวะ พอรู้สึกดี สมองก็หลั่งสารแห่งความสุขออกมา แล้วใครจะอยากไปตั้งคำถามกับสิ่งที่ทำให้เรายิ้มได้ง่าย ๆ ฟีลเดียวกับตอนที่เราชอบใครสักคน ทั้งที่เพื่อนไม่เชียร์ ยิ่งมีคนเตือน เรายิ่งอยากปกป้องความรู้สึกนั้น - ฝันบนความเสี่ยง
หลายคนชอบสรุปว่าเหยื่อ “โลภ” แต่ความจริงมันมักเริ่มจากความคิดที่ดูมีเหตุผลกว่า เช่น “ถ้าไม่ลอง เดี๋ยวจะเสียดาย” หรือ “คนอื่นยังได้เลย เราก็น่าจะได้บ้าง” ความหวังถูกป้อนทีละนิด พร้อมประโยคคลาสสิกว่า “อีกนิดเดียวก็สำเร็จแล้ว” ปัญหาไม่ใช่แค่ความอยากได้ แต่คือความกลัวพลาดโอกาส และการไม่ยอมรับการขาดทุนเล็ก ๆ ก่อนจะเสียหมดหน้าตัก - เลี่ยงการมีปัญหา
บางคนถูกสอนมาให้เกรงใจผู้มีอำนาจ เชื่อจากภาพลักษณ์ น้ำเสียง ตำแหน่ง หรือการอ้างอิง การตั้งคำถามกับคนที่ดูน่าเชื่อถือเลยดูเหมือนไม่สุภาพ และอาจทำให้เรื่องบานปลาย ความไม่อยากมีปัญหาจึงกลายเป็นปัญหา เพราะคุณถูกทำให้เชื่อว่าอย่าไปตรวจสอบ ทั้งที่คนดีๆ ย่อมเปิดให้ตรวจสอบเป็นธรรมดา - เหนื่อยล้าสมองไหล
ชีวิตจริงไม่ยอมให้เราตัดสินใจในตอนที่สดชื่นตลอดเวลา เราล้วนผ่านการตัดสินใจตอนดึก ๆ หลังเลิกงาน ตอนที่หัวตื้อ ข้อมูลล้น และพลังงานใกล้หมดถัง เมื่อสมองล้า มันจะเลือกทางลัดทันที ถ้ามีใครเข้ามาในจังหวะนั้น และเรื่องดูไม่น่าสงสัยมาก คุณอาจเผลอทำตามความเคยชินโดยไม่รู้ตัว
อ่านมาถึงตรงนี้ ลองถามตัวเองเล่น ๆ ว่า คุณดูใกล้เคียงกับคนประเภทไหนที่สุด หรือจริง ๆ แล้ว คุณอาจมีหลายข้อผสมกันในคนเดียวก็ได้ และแต่ข่าวดีคือ ทั้งหมดนี้ไม่ได้แปลว่าเราควรหยุดรู้สึก หรือเลิกมั่นใจ เพราะนั่นเป็นไปไม่ได้ สมองเราไม่ได้ถูกสร้างมาแบบนั้น
เราสามารถฝึกสังเกตได้ว่า “ตอนนี้ฉันกำลังรีบ” “ตอนนี้ฉันกำลังกังวล” หรือ “ตอนนี้ฉันมั่นใจเกินไปหรือเปล่า” และลองคิดดูเอาว่าภายใต้ภาวะเหล่านั้น มันสมควรแก่การตัดสินใจเรื่องสำคัญหรือไม่
แนวคิดจากจิตบำบัดทางแนวคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavioral Therapy) ยังแนะนำว่า เราอาจจะลองตั้งคำถามกับความคิดที่เกิดโดยอัตโนมัติ เช่น มีหลักฐานอะไรที่ทำให้เชื่อได้ว่าจริง มีคำอธิบายอื่นไหม หรือถ้าเป็นเพื่อน เราจะเตือนเขายังไง แค่เพิ่มวินาทีเล็ก ๆ หน่วงระหว่างอารมณ์กับการกระทำเอาไว้ ก็เหมือนช่วยให้เรายกเท้าออกจากคันเร่ง แล้วให้เบรกทำงานทันเวลา
สุดท้าย การถูกหลอกไม่ใช่เครื่องพิสูจน์ว่าใครฉลาดหรือไม่ฉลาด แต่มันพิสูจน์ว่าเราทุกคนเป็นมนุษย์ และในโลกที่ใครบางคนตั้งใจปั่นหัวเราอย่างเป็นระบบ และเมื่อเรารู้ทันจังหวะนั้น เราก็มีโอกาสหยุดเพื่อเลือกใหม่ ก่อนที่ใครบางคนจะเลือกแทนเรา
- Daniel Kahneman, Thinking, Fast and Slow (New York: Farrar, Straus and Giroux, 2011), 19–28.
↩︎ - Nabi Asia. 2026. “Understanding the 6 Victim Profiles in the Psychology of Scams.” Psychology of Scams (blog). March 2, 2026.https://www.nabiasia.org/2026/03/psy/56/.
↩︎