สแกมเมอร์ทำให้งานที่ดูเสี่ยง กลายเป็นงานที่พอจะจัดการความเสี่ยงได้อย่างไร

หลายคนชอบจินตนาการว่า คนที่ตัดสินใจเข้าไปทำงานสแกมเมอร์เริ่มจากการตื่นเช้ามาแล้วพูดกับตัวเองว่า “เอาล่ะ ฉันจะเป็นสแกมเมอร์ให้ได้เลย” แต่ความจริงมันไม่ดราม่าขนาดนั้น และไม่ได้แยกชัดเป็นสีขาวสีดำอย่างที่เราเชื่อ… และนั่นแหละคือสิ่งที่น่ากลัว

คนที่ไม่ได้ตั้งใจเป็นสแกมเมอร์ กลายเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมสแกมเมอร์ได้อย่างไร

สังคมมักนึกถึงภาพสแกมเมอร์เป็นคนคนหนึ่ง นั่งหลังจอคอมพิวเตอร์ กำลังรอขโมยเงินเหยื่อด้วยความสะใจ  แต่ในความเป็นจริง “ระบบหลังบ้าน” ของอุตสาหกรรมนี้ที่ถูกออกแบบมาอย่างแยบยล และที่สำคัญคือ คนจำนวนไม่น้อยในระบบนี้อาจไม่เคยรู้ตัวเลยว่า สิ่งที่พวกเขาทำนั้นมีส่วนเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรม

เมื่อการหลอกลวงพัฒนาการจาก “เอาเงิน” ไปสู่การ “เอาคน”: คนที่ไม่มีเงิน ตกเป็นเป้าหมายสแกมเมอร์ได้อย่างไร?

เวลาพูดถึงสแกมเมอร์ หลายคนมักนึกถึงภาพง่าย ๆ คือ “การหลอกเอาเงิน” แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันซับซ้อนกว่านั้นมาก เพราะอุตสาหกรรมสแกมไม่ได้ต้องการแค่เงินจากเหยื่อ แต่ต้องการ “คน” เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของระบบด้วย

เราไม่ได้เพิ่งจะมาหลอกกัน: วิวัฒนาการของการหลอกลวงจากยุคหินสู่ยุคเอไอ

เราไม่ได้เพิ่งจะมาหลอกกัน: วิวัฒนาการของการหลอกลวงจากยุคหินสู่ยุคเอไอ

การหลอกลวงไม่ได้เริ่มจากอินเทอร์เน็ต หรือแม้แต่จากมนุษย์ด้วยซ้ำ ถ้าย้อนกลับไปไกลพอ มันเริ่มตั้งแต่ตอนที่มนุษย์ยังต้องล่าสัตว์เพื่อเอาชีวิตรอด หนึ่งในวิธีล่าที่ง่ายที่สุดไม่ใช่การวิ่งไล่ แต่คือการ “หลอก” มนุษย์ขุดหลุม วางกับดัก ใช้เหยื่อล่อ ทำให้สัตว์เชื่อว่าสถานที่ตรงนั้นปลอดภัย ก่อนจะก้าวพลาดลงไปโดยไม่ทันรู้ตัว

จิตวิทยาของการโน้มน้าวให้กระทำความผิด : สแกมเมอร์ทำให้คน “ยอมทำงาน” ได้อย่างไร

จิตวิทยาของการโน้มน้าวให้กระทำความผิด : สแกมเมอร์ทำให้คน “ยอมทำงาน” ได้อย่างไร

งานวิจัยชี้ให้เห็นว่าเหยื่อในอุตสาหกรรมสแกมเมอร์แตกต่างจากเหยื่อการค้าแรงงานในอดีต (เช่น แรงงานประมงหรือก่อสร้าง) แต่เป็นคนกลุ่มที่จบปริญญา หรือมีความสามารถด้านภาษาและเทคโนโลยี ที่ถูกหลอกล่อผ่านการสมัครงานปลอม และเมื่อไปถึงก็ถูกบังคับให้ร่วมก่ออาชญากรรม

เมื่อการเปลี่ยนคำ ทำให้อาชญากรรมดู “ไม่แย่มาก”

เมื่อการเปลี่ยนคำ ทำให้อาชญากรรมดู “ไม่แย่มาก”

ภายในห้องทำงานของสแกมเมอร์ จิตวิทยายังถูกใช้เพื่อควบคุมพฤติกรรมของคนงาน ตั้งแต่การสร้างแรงจูงใจ การกดดัน ไปจนถึงการทำให้ความเสี่ยงดูเป็นเรื่องปกติ พวกเขาไม่เคยรับสมัครงานด้วยคำอย่าง “มาหลอกคนกันไหม” แต่ใช้คำอย่าง “แอดมินหลังบ้าน” “เจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้า” หรือ “ฝ่ายประสานงานออนไลน์” ขณะที่เงินที่ได้จากการหลอกลวงถูกเรียกว่า “ทำยอด” แทนคำว่าเงินที่เอามาจากผู้อื่น